Mobirise Web Site Maker

พ.ร.บ.รถจะคุ้มครองเราไหม กรณีเมาแล้วขับ

พ.ร.บ. หรือประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จะให้ความคุ้มครองต่อผู้ประสบภัยจากรถทุกกรณี ไม่ว่าคนคนนั้นจะเมาน้อยเมามาก จะไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่คาดเข็มขัด หรือไม่มีใบอนุญาตขับรถก็ตาม ก็จะได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.นี้ ทุกกรณีแต่รับผิดชอบเฉพาะบุคคลเท่านั้น


ยกตัวอย่างเช่น

นาย ก. เมามากแล้วขับรถไปชนเด็กแถวบ้านทำให้เกิดการบาดเจ็บ กรณีแบบนี้ พ.ร.บ. ก็จ่ายให้

เมาแล้วขับ ประกันภัยรถยนต์ จ่ายไหม....

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ปรับมาตรการใหม่เพื่อหวังช่วยลดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ โดยปรับข้อยกเว้นการรับผิดชอบของบริษัทประกันภัย ในกรณีที่ผู้ขับขี่เมาแล้วขับ แก้ไขปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ให้ลดลงเท่ากับที่กฎหมายกำหนด ที่ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เริ่ม 1 มิถุนายน 2560


นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันอุบัติเหตุบนถนนในไทยมีสถิติผู้เสียชีวิตสูงเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน และสาเหตุการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่พบ อันดับต้นๆ คือการเมาแล้วขับ ที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าลำพังมาตรการเดิมๆ ที่เคยใช้รณรงค์ลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลวันหยุดเพียงอย่างเดียวไม่สามารถลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ จำเป็นต้องมีมาตรการใหม่ๆ หนึ่งในนั้นคือการใช้มาตรการทางด้านประกันภัย


ประกอบกับการเปิดรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วนแล้ว คปภ.เห็นว่าการปรับแก้ข้อยกเว้นในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เรื่องลดปริมาณแอลกอฮอล์ให้เป็นไปตามกฎหมาย ว่าด้วยการจราจรทางบกกำหนดจะเป็นผลดีต่อประชาชนมากกว่า

ดังนั้น ในฐานะนายทะเบียนจึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 29 วรรคสอง แห่งพ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ.2535ออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 11/2560 เรื่องให้แก้ไขแบบปรับแก้ข้อยกเว้นตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 22/2551 ลงวันที่ 29 ก.ย. พ.ศ.2551 ข้อ 2 และข้อ 3 (เดิม) “การขับขี่โดยบุคคลซึ่งในขณะขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเส้นเลือดไม่น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์” สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์และเอกสารแนบท้ายของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่บริษัทได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน

แก้ไขข้อความเป็น “การขับขี่โดยบุคคลซึ่งในขณะขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 16 (พ.ศ.2537) ออกตามความในพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 กำหนดให้ถือว่า “เมาสุรา” ซึ่งคำสั่งนี้ให้มีผลใช้บังคับสำหรับการทำสัญญาประกันภัยกับบริษัทประกันภัยตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป


สำหรับสาระสำคัญคือ กรณีที่ผู้ขับขี่รถเอาประกันภัยภาคสมัครใจมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเมื่อประสบอุบัติเหตุจะไม่ได้รับความคุ้มครองทั้งชีวิตและทรัพย์สินจากกรมธรรม์ แต่ผู้ประสบภัยหรือบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหายจากรถคันที่เอาประกันภัยดังกล่าวยังคงได้รับความคุ้มครอง โดยบริษัทประกันภัยของรถคันที่เอาประกันภัยฝ่ายผิดจะต้องให้ความคุ้มครองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้ที่ได้รับความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน โดยบริษัทประกันภัยจะไปไล่เบี้ยเรียกคืนค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทจ่ายไปจากผู้ขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ต่อไป ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนปริมาณแอลกอฮอล์ดังกล่าวไม่กระทบต่อความคุ้มครองของการประกันภัยรถภาคบังคับหรือประกันพ.ร.บ.


ที่มาของข้อมูล : สำนักงานส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) www.oic.or.th