Mobirise Website Generator

พ.ร.บ. คือ อะไร ทำไมต้องทำ ?

        พ.ร.บ. คือคำที่เรามักจะได้ยินกันติดหูแต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าพ.ร.บ.คืออะไร ซึ่งความจริงแล้วพ.ร.บ.คือการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ซึ่งกฎหมายบังคับใช้ให้รถทุกคันจำเป็นต้องทำประกันพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 โดยกฎหมายกำหนดให้ยานพาหนะทางบกทุกประเภทที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกจำเป็นต้องทำประกันภัยประเภทนี้เพื่อความคุ้มครองกับตัวบุคคลที่ได้รับจากอุบัติเหตุ โดยไม่คำนึงว่าบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุเหล่านั้นเป็นผู้ที่กระทำความผิดหรือไม่ ซึ่งกฎหมายให้ความคุ้มครองคู่กรณีและผู้เอาประกันภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุในรูปแบบของเงินชดเชย และค่าดูแลรักษาพยาบาลตามที่กำหนด รถทุกชนิดทุกประเภทที่เดินกำลังขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ ไฟฟ้า หรือพลังงานอื่นๆเช่น รถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถโดยสาร รถพ่วง รถสิบล้อ จำเป็นต้องทำ พ.ร.บ. ส่วนรถที่ได้รับการยกเว้นการทำพ.ร.บ.คือรถเฉพาะองค์พระมหากษัตริย์ พระราชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทน รถของสำนักพระราชวังที่จดทะเบียนและมีเครื่องหมายตามพระราชวังกำหนด รถของกระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการ และรถทหาร และรถของหน่วยงานธุรการขององค์กรที่จัดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงต้องทำพ.ร.บ. พ.ร.บ. คือการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับจึงมีความจำเป็นดังนี้

  1. เป็นหน้าที่ของเจ้าของรถที่ต้องถือปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด
  2. กฎหมายได้กำหนดให้มีส่วนร่วมในการสร้างหลักประกันต่อสังคม  
  3. เป็นการแบ่งเบาภาระของผู้ที่ขับขี่หรือเจ้าของรถหากต้องรับผิดชอบเมื่อเกิดอุบัติเหตุ  
  4. เป็นมาตรการการลดปัญหาทางสังคมด้านหนึ่งซึ่งไม่ต้องรอการพิสูจน์ความผิด
  5. เป็นมาตรการบรรเทาผลร้ายต่อผู้เสียหายหากเกิดการรับผิดชอบ  
  6. เป็นการแบ่งเบาภาระของรัฐด้านการักษาทรัพยากรมนุษย์


        การทำ พ.ร.บ. ถือได้ว่าเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับสิทธิ์ความคุ้มครองต่อชีวิตทันที ซึ่งจะสังเกตได้จากการที่เราขับขี่รถ มักจะพบตำรวจตั้งด่านตรวจสิ่งแรกและเป็นจุดสังเกตของตำรวจคือแผ่นป้ายพ.ร.บ.ที่ติดอยู่ในจุดที่มองเห็นได้ชัดเจนว่าหมดอายุหรือไม่ หากหมดอายุ จะต้องเสียค่าปรับเป็นเงิน 200 บาท หรือหากเป็นรถที่ใช้งานอยู่แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนเสียภาษี จะต้องเสียค่าปรับเป็นเงิน 1,000 บาท สำหรับความคุ้มครองของพ.ร.บ.จะให้ความคุ้มครองจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อคน กรณีการเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรจ่ายไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน ซึ่งจะเห็นได้ว่าข้อดีสำหรับการทำพ.ร.บ.มีอยู่หลายข้อเพราะจะส่งผลดีต่อผู้ใช้รถหรือคู่กรณีด้วยกันหากเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดเดาได้เช่นเกิดอุบัติเหตุในช่วงที่ประกันรถหมดอายุแต่พ.ร.บ.ก็สามารถรองรับปัญหาที่เกิดขึ้นในระดับหนึ่งเช่นกัน


อุบัติเหตุทางรถ ไม่ต้องสำรองจ่าย เบิก พ.ร.บ. ได้

เอกสารหลักฐานที่ผู้ประสบภัยจากรถต้องใช้ในการเบิก พ.ร.บ.

        ผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุจากรถ และต้องการใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลโดยไม่ต้องสำรองจ่ายภายใต้เงื่อนไขของบริษัทประกันท่านต้องเตรียมเอกสารหลักฐานให้กับทางโรงพยาบาล ดังนี้


  1. สำเนาบันทึกประจำวัน      
  2. ทะเบียนรถที่ระบุชื่อผู้ครอบครองรถชัดเจน ในกรณีที่ยังไม่ได้ทะเบียนรถ ใช้สัญญาซื้อขาย โดยระบุชื่อผู้ซื้อและผู้ขาย
  3. กรมธรรม์รถ (ใบเสร็จ พ.ร.บ.)    
  4. ใบอนุญาตขับขี่รถ (ถ้ามี)    
  5. บัตรประชาชน และทะเบียนบ้านของเจ้าของรถที่ระบุ
  6. บัตรประชาชน และทะเบียนบ้านของผู้ขับขี่    
  7. บัตรประชาชน และทะเบียนบ้านของผู้ประสบภัย


        ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจากรถแล้วมีคู่กรณี ท่านจะต้องเบิกค่ารักษาพยาบาลจากรถคันที่ท่านประสบเหตุก่อนเสมอ แต่ถ้ากรมธรรม์ที่ท่านซื้อไว้หมดอายุ แล้วต้องใช้ พ.ร.บ. ของคู่กรณี ต้องปฏิบัติดังนี้


  • ต้องสรุปคดีความก่อนว่าใครฝ่ายถูก หรือ ผิด
  • คู่กรณีของท่านจะต้องถูกเปรียบเทียบปรับในกรณีที่ขับขี่ด้วยความประมาท

วงเงินค่ารักษาพยาบาลที่ท่านจะได้รับความคุ้มครองจะได้รับ ดังนี้

สำหรับผู้ประสบภัย (คนขับ) เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ 30,000 บาท/คน

ผู้โดยสาร/บุคคลภายนอกรถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ 50,000 บาท/คน

กรณีที่เกิดอุบัติเหตุมีคู่กรณีสรุปคดีความแล้วท่านเป็นฝ่ายถูก

สำหรับผู้ประสบภัย (คนขับ) เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ 80,000 บาท/คน

ผู้โดยสาร/บุคคลภายนอกรถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ 80,000 บาท/คน

ศูนย์ พ.ร.บ. ศรีสวรรค์มีทีมงานให้คำปรึกษาและแนะนำเกี่ยวกับเรื่อง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

สอบถามรายละเอียด โทร. 1254 กด 12
เจ้าหน้าที่ผู้ให้ข้อมูล คุณสุภาภรณ์ ยอดบ่อพลับ, คุณเกรียงไกร ทะลิ